วันนี้อ่านเรื่อง โทโมโกะ คนใจเล็ก จบไปค่ะ
พอดีว่าไปเดินๆดูหนังสือที่ซีเอ็ด สะดุดตาด้วยรูปเล่มและชื่อหนังสือ
พอเปิดอ่านดู แล้วมันเหมือนเรามากเลยก็เลยซื้อมาอ่านค่ะ
จะว่าไปเรื่องราวของโทโมโกะ เป็นเรื่องจริงของผู้เขียน
ก็คล้ายๆเราเลย ที่เป็นประเภท
วิตกจริตกับเรื่องเล็กน้อยๆในชีวิตประจำวัน
ตื่นตระหนกเมื่อเจอกับสถานที่หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
ไม่เว้นแม้กระทั่งหวาดระแวงคนแปลกหน้า ฯลฯ
นิสัยเราก็จะคล้ายๆ การ์ตูนมารุโกะจังด้วย ที่จะโก๊ะๆบ๊องๆ
เหวอๆ คิดอะไรบ้าๆบอๆ
พอๆกันเลย ถ้าใครได้อ่านจะรู้ว่าเป็นอย่างไร
เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบมารุโกะมาก
ขนาดอ่านมากกว่าสิบกว่ารอบแล้วหนะ
ความใจเล็กของเรา มีเยอะแยะค่ะ ยกตัวอย่างเช่น
-ใครจะรู้ว่าเราป็นโรคกลัวลิฟต์อย่างรุนแรงขั้น liftphobia เลยล่ะ
.และเหมือนยิ่งกลัวก็ยิ่งเจอ.ยิ่งเกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น.
โบราณเค้าว่าไว้ ตรงเผง
วันสอบเสร็จวันหนึ่ง ณ ตึกคณะเภสัชชั้น 4 เทอมที่แล้ว
นิสิตต่างกรูออกมาจากห้องสอบ เมื่อหมดเวลาสอบ
แล้วก็เดินตรงไป ที่ลิฟท์ซึ่งจะมีสองตัว แต่ลิฟท์ที่เราขึ้นนั้น
เป็นลิฟท์ที่มีแต่ผู้หญิงขึ้น (ไม่รู้ชายชาตรีหายไปไหนหมด)
จำนวนหน่วยก็ประมาณสิบกว่าชีวิต
แออัดเหมือนปลากระป๋องจนแทบไม่มีที่หายใจ
กำลังเดินเข้าไปโดยไม่รู้ชะตากรรมที่กำลังมาถึง~~~~
นิสิตหนึ่งในนั้นก็เราเอง >w<
เพื่อน ก : .กดลิฟท์ชั้น G
.สามนาทีผ่านไป
ทุกคนก็มัวแต่คุยเรื่องสอบไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปกติ
แก ข้อนี่แกตอบไรว่ะ
เฮ่ยจาร์ยแม่ง เอาไรมากออกง่ะ
จ้อกแจ้ก จอแจ จอแจ จ้อกแจ้ก
แกไอ้ยา diazepam นี่มันยาแก้ไรว่ะ ลืมมมมมมมมมมมอ่า
เห่ย สอบเสร็จก็อย่าไปคิดเด่ ลืมไปซะ ไม่เอาไม่พูด เครียดสสสส์
อ้อ:
(ทำไมมันลงช้านักฟ่ะ... ด้วยความที่กลัวอยู่เป็นทุนเดิม
ก็เลยจะประสาทไวกว่าคนอื่น)
มองไปที่ตัวเลข เลขไม่ลงไปชั้นอื่นเลย ปรากฏว่า
ลิฟท์ค้าง ผ่างงงงงง์!!!!!!!!!!!
O_0
กะ ก่ะ แก..ละ ลิ๊ป ค้างอ่า อะหึ อะหึ T^T ทะทามไงดี
.ซีดหวิวๆ.
เพื่อน ข: (กดกริ๊งขอความช่วยเหลือ) ช่วยด้วยยยยยยยยย
ลิฟท์ค้าง ค่ะ โหลๆๆ หนึ่งสองสาม
..ฉี่..ไม่มีสิ่งมีชีวิตตอบกลับมา
อ้อ: ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แก ..หายใจไม่อ๊อก.ก.ก
(จริงๆมันผ่านไปแค่ ครึ่งนาทีหลังจากรู้ว่าลิฟท์ค้าง
และไฟก็ไม่ได้ดับ อะไรมันจะอากาศหมดไวขนาดนั้น)
อ้อ : งัดลิฟท์เหอะๆๆๆๆๆๆ
เพื่อนๆ : แก จะงัดไง ประตูลิฟท์อย่างใหญ่
ผู้หญิงทั้งนั้น อ่อนแอ บอบบางจะตาย
ถ้างัดไปแล้วเปิดไปเจออยู่ครึ่งชั้นล่ะก็ออกไม่ได้อยู่ดี
เออจริงของมัน
(ความจริง ผู้หญิงคณะเรา บึกบึ้นก่าผู้ชายบางคนซะอีก )
อ้อ : เริ่มจิ้น.
.ตายในนี้ทำไง อายเค้าตายเลยอ่ะ
..เด็กเภสัชลิฟท์ค้างตายหมู่ หลังสอบเสร็จ..
สลดเด็กเภสัช ขึ้นอืดตายคาลิฟท์
หายใจไม่ออกตายนี้โคดทรมานเลยอ่ะ..
ยังไม่อยากตายค่า (นี่เราคิดอย่างนี้จริงๆนะตอนนั้น)
ไม่อยากตายหลังสอบเฟ้ย แงๆๆๆๆ กลัวง่ะ
น้องอ้อเริ่มจะเบะปากร้องไห้ และ กระโดดๆๆแหกปากอยู่ในลิฟท์
(เรื่องจริงไม่อิงประวัติศาสตร์)
ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ T_T ตุ้บๆๆๆ
เพื่อนๆ: แก จะกระโดดทะมาย เดวก็หมดอากาศหายใจพอดีสิ
อยู่เฉยๆสิ
อ้อ: แงะ .-*- T_T
ทุกคนนิ่งและอยู่ในความสงบ
แต่คนที่กลัวมากสุด คือนู๋เอง กลัวมากกกกกกกกกกก ย้ำ!!
ระบบประสาท sympathetic ทำงาน
รูม่านตาขยาย heart beat ปาไป 130ต่อนาที
เหงื่อแตก ใจหวิวๆๆเหมือนมีความรัก
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ลิฟท์เปิด
..กิ๊ง...!!!!!!!!!!!
..
อ้าว! อยู่ชั้นเดิมนี่
เพื่อนคนอื่นที่มายืนรอหน้าลิฟท์: อ้าว ไปทำไรกันล่ะนั้น
ยังไม่ได้ลงหรอ
ทุกคนในลิฟท์:..
รีบออกมานอกลิฟท์กันหมด
แล้วไม่มีใครกล้าใช้ลิฟท์อีกวันนั้น
แต่ สำหรับนู๋แล้ว เหตุการณ์อันเลวร้ายเยี่ยงนี้ยังจารึก
อยู่ในหัวใจดวงน้อยๆ มิรู้ลืม
หลายวันผ่านไป ข้าพเจ้าก็ยังคงเดินขึ้นกระไดทุกวัน
ไม่ว่าจะเรียนแล๊บชั้นหก ก็สามารถ
แต่ตอนนี้ขึ้นได้แล้ว เพียงแต่ ถ้าขึ้นคนเดียวจะไม่ขึ้น
ข้าพเจ้าเดินขึ้นกระไดก็ได้ค่ะ
เพื่อนทุกคนจะรู้ว่า นู๋อ้อ .กลัวลิฟท์ T^T
ไม่ว่าจะมาเรียนสายขนาดไหน ถ้าไม่มีคนขึ้นลิฟท์ด้วย
จะไม่ขึ้นเด็ดขาดดดดดดดดดดดด
ขอเหนื่อยวิ่งขึ้นแทนแล้วกันค่ะ ข้าพเจ้าเป็นคนใจเล็กค่ะ