2007/May/27

เปลี่ยน

จะเปลี่ยนอะไรบางอย่างบ้าง จะเป็นอะไรไป.

.

เมื่อก่อนเวลาฟังเพลง..มักจะฟังแต่เสียงกลอง

ชอบคนที่ตีกลอง เท่ห์ดี.

แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาฟังกีต้าร์บ้าง.

คนเล่นกีต้าร์ก็เท่ห์จะตายไป^O^

เมื่อก่อนมักจะติดโทรศัพท์..

ต้องคุยโทรศัพท์ตอนกลางคืนวันละไม่ต่ำกว่า 1 ชม. 

ตอนนี้คุยโทรศัพท์กันแป๊บเดียวก็ได้.

แค่ไม่กี่นาที.ก็มีความสุขละ.

ส่วนตอนกลางคืนเอาไว้เป็นเวลาของตัวเอง.อยู่กับตัวเอง

ทำหน้าที่ของตัวเองไป

...ไม่ต้องคุยกันตอนกลางคืนนานๆอีก.

เมื่อก่อน..มักจะเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง.

ตอนนี้ห่วงตัวเองมากขึ้น เห็นค่าของตัวเองมากขึ้น..

เมื่อก่อนคิดว่า.

..คนรักกัน ความรักจะต้องมาก่อนเหตุผลเสมอ

แต่ตอนนี้.คิดว่าเหตุผลต้องมาก่อนความรัก..

เมื่อก่อน.รู้สึกเหมือนเราไม่เคยได้รับความห่วงใย

การเทกแคร์จากคนที่เราต้องการเลย..

แต่ตอนนี้..รู้สึกว่า.มีคนเป็นห่วงเรา

...แคร์ความรู้สึกเรา..และไม่หวังสิ่งตอบแทน.

เมื่อก่อนคิดว่าเวลาจะคบกับใคร แล้วมีอะไรเหมือนๆกัน .

ชอบอะไรเหมือนๆกันมีส่วนสำคัญ

ในการคบกับใครสักคนอย่างมาก.

.เรามักจะมองหาแต่คนที่เหมือนเรา

แต่ตอนนี้.  คนที่ชอบอะไรไม่เหมือนกัน มันก็ได้รสชาติอีกแบบ..

การคุยกับใครไม่จำเป็นต้องชอบอะไรที่เหมือนๆกันมากก็ได้.

แตกต่างแต่ไม่แตกแยก..

.ความต่าง.ทำให้เราได้เห็น ได้เปิดใจ

..มองในสิ่งที่เราไม่เคยสนใจ

เมื่อก่อนชอบฟังเพลงแนว bakery

ไม่ก็แนวแจ๊ส อาร์แอนบี

แต่ตอนนี้ ลองฟังร็อคๆบ้าง.ก็มันดีเหมือนกัน

เมื่อก่อนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลยในเรื่องความรัก..

แต่ตอนนี้มั่นใจในตัวเองเห็นคุณค่าตัวเองมากขึ้น.

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ต้องขอบคุณใครคนนั้น..

ที่เปลี่ยนมุมมอง อะไรหลายๆอย่าง..

ให้คนอย่างเรา.เข้มแข็งขึ้นทุกๆวัน

จนวันนี้

กลับมาเป็นเราคนเดิม.

และเข้มแข็งกว่าที่เคยเป็น.


edit @ 2007/05/28 15:51:54

2007/May/07

วันนี้อ่านเรื่อง โทโมโกะ คนใจเล็ก จบไปค่ะ 

พอดีว่าไปเดินๆดูหนังสือที่ซีเอ็ด สะดุดตาด้วยรูปเล่มและชื่อหนังสือ

พอเปิดอ่านดู แล้วมันเหมือนเรามากเลยก็เลยซื้อมาอ่านค่ะ

จะว่าไปเรื่องราวของโทโมโกะ เป็นเรื่องจริงของผู้เขียน

ก็คล้ายๆเราเลย ที่เป็นประเภท

วิตกจริตกับเรื่องเล็กน้อยๆในชีวิตประจำวัน

ตื่นตระหนกเมื่อเจอกับสถานที่หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ

ไม่เว้นแม้กระทั่งหวาดระแวงคนแปลกหน้า ฯลฯ

นิสัยเราก็จะคล้ายๆ การ์ตูนมารุโกะจังด้วย ที่จะโก๊ะๆบ๊องๆ

เหวอๆ คิดอะไรบ้าๆบอๆ

พอๆกันเลย ถ้าใครได้อ่านจะรู้ว่าเป็นอย่างไร

เพราะฉะนั้นเราก็เลยชอบมารุโกะมาก

ขนาดอ่านมากกว่าสิบกว่ารอบแล้วหนะ

ความใจเล็กของเรา มีเยอะแยะค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

-ใครจะรู้ว่าเราป็นโรคกลัวลิฟต์อย่างรุนแรงขั้น liftphobia เลยล่ะ

.และเหมือนยิ่งกลัวก็ยิ่งเจอ.ยิ่งเกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น.

โบราณเค้าว่าไว้ ตรงเผง

วันสอบเสร็จวันหนึ่ง ณ ตึกคณะเภสัชชั้น 4 เทอมที่แล้ว

นิสิตต่างกรูออกมาจากห้องสอบ เมื่อหมดเวลาสอบ

แล้วก็เดินตรงไป ที่ลิฟท์ซึ่งจะมีสองตัว แต่ลิฟท์ที่เราขึ้นนั้น

เป็นลิฟท์ที่มีแต่ผู้หญิงขึ้น (ไม่รู้ชายชาตรีหายไปไหนหมด)

จำนวนหน่วยก็ประมาณสิบกว่าชีวิต

แออัดเหมือนปลากระป๋องจนแทบไม่มีที่หายใจ

กำลังเดินเข้าไปโดยไม่รู้ชะตากรรมที่กำลังมาถึง~~~~ 

นิสิตหนึ่งในนั้นก็เราเอง >w<

เพื่อน ก : .กดลิฟท์ชั้น G

.สามนาทีผ่านไป

ทุกคนก็มัวแต่คุยเรื่องสอบไม่ทันสังเกตสิ่งผิดปกติ

แก ข้อนี่แกตอบไรว่ะ 

เฮ่ยจาร์ยแม่ง เอาไรมากออกง่ะ

จ้อกแจ้ก จอแจ จอแจ จ้อกแจ้ก

แกไอ้ยา diazepam นี่มันยาแก้ไรว่ะ ลืมมมมมมมมมมมอ่า 

เห่ย สอบเสร็จก็อย่าไปคิดเด่ ลืมไปซะ ไม่เอาไม่พูด เครียดสสสส์

อ้อ:

(ทำไมมันลงช้านักฟ่ะ... ด้วยความที่กลัวอยู่เป็นทุนเดิม

ก็เลยจะประสาทไวกว่าคนอื่น)

มองไปที่ตัวเลข เลขไม่ลงไปชั้นอื่นเลย ปรากฏว่า

ลิฟท์ค้าง ผ่างงงงงง์!!!!!!!!!!!

O_0

กะ ก่ะ แก..ละ ลิ๊ป ค้างอ่า อะหึ อะหึ T^T ทะทามไงดี

.ซีดหวิวๆ.

เพื่อน ข: (กดกริ๊งขอความช่วยเหลือ) ช่วยด้วยยยยยยยยย

ลิฟท์ค้าง ค่ะ โหลๆๆ หนึ่งสองสาม

..ฉี่..ไม่มีสิ่งมีชีวิตตอบกลับมา

อ้อ: ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แก ..หายใจไม่อ๊อก..

(จริงๆมันผ่านไปแค่ ครึ่งนาทีหลังจากรู้ว่าลิฟท์ค้าง

และไฟก็ไม่ได้ดับ อะไรมันจะอากาศหมดไวขนาดนั้น)

อ้อ : งัดลิฟท์เหอะๆๆๆๆๆๆ

เพื่อนๆ : แก จะงัดไง ประตูลิฟท์อย่างใหญ่

ผู้หญิงทั้งนั้น อ่อนแอ บอบบางจะตาย

ถ้างัดไปแล้วเปิดไปเจออยู่ครึ่งชั้นล่ะก็ออกไม่ได้อยู่ดี

เออจริงของมัน

(ความจริง ผู้หญิงคณะเรา บึกบึ้นก่าผู้ชายบางคนซะอีก )

อ้อ : เริ่มจิ้น. 

.ตายในนี้ทำไง อายเค้าตายเลยอ่ะ

..เด็กเภสัชลิฟท์ค้างตายหมู่ หลังสอบเสร็จ..

สลดเด็กเภสัช ขึ้นอืดตายคาลิฟท์

หายใจไม่ออกตายนี้โคดทรมานเลยอ่ะ..

ยังไม่อยากตายค่า (นี่เราคิดอย่างนี้จริงๆนะตอนนั้น)

ไม่อยากตายหลังสอบเฟ้ย แงๆๆๆๆ กลัวง่ะ

น้องอ้อเริ่มจะเบะปากร้องไห้ และ กระโดดๆๆแหกปากอยู่ในลิฟท์

(เรื่องจริงไม่อิงประวัติศาสตร์)

ทำไงดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ T_T ตุ้บๆๆๆ

เพื่อนๆ: แก จะกระโดดทะมาย เดวก็หมดอากาศหายใจพอดีสิ

อยู่เฉยๆสิ

อ้อ: แงะ .-*- T_T

ทุกคนนิ่งและอยู่ในความสงบ

แต่คนที่กลัวมากสุด คือนู๋เอง กลัวมากกกกกกกกกกก ย้ำ!!

ระบบประสาท sympathetic ทำงาน

รูม่านตาขยาย heart beat ปาไป 130ต่อนาที

เหงื่อแตก ใจหวิวๆๆเหมือนมีความรัก

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ลิฟท์เปิด

..กิ๊ง...!!!!!!!!!!!

..

อ้าว! อยู่ชั้นเดิมนี่

เพื่อนคนอื่นที่มายืนรอหน้าลิฟท์: อ้าว ไปทำไรกันล่ะนั้น

ยังไม่ได้ลงหรอ

ทุกคนในลิฟท์:..

รีบออกมานอกลิฟท์กันหมด

แล้วไม่มีใครกล้าใช้ลิฟท์อีกวันนั้น

แต่ สำหรับนู๋แล้ว เหตุการณ์อันเลวร้ายเยี่ยงนี้ยังจารึก

อยู่ในหัวใจดวงน้อยๆ มิรู้ลืม

หลายวันผ่านไป ข้าพเจ้าก็ยังคงเดินขึ้นกระไดทุกวัน

ไม่ว่าจะเรียนแล๊บชั้นหก ก็สามารถ

แต่ตอนนี้ขึ้นได้แล้ว เพียงแต่ ถ้าขึ้นคนเดียวจะไม่ขึ้น

ข้าพเจ้าเดินขึ้นกระไดก็ได้ค่ะ

เพื่อนทุกคนจะรู้ว่า นู๋อ้อ .กลัวลิฟท์ T^T

ไม่ว่าจะมาเรียนสายขนาดไหน ถ้าไม่มีคนขึ้นลิฟท์ด้วย

จะไม่ขึ้นเด็ดขาดดดดดดดดดดดด

ขอเหนื่อยวิ่งขึ้นแทนแล้วกันค่ะ ข้าพเจ้าเป็นคนใจเล็กค่ะ

2007/Apr/13

อย่าถามได้ไหมว่า . . . ทำไมฉันต้องเดินจากมา
อย่าถามได้ไหมว่า . . . ทำไมฉันต้องทำแบบนี้
ถามตัวเองก่อนจะดีไหมว่า . . . ทำสิ่งใดลงไปแล้วบ้าง
ถามตัวเองก่อนจะดีไหมว่า . . . สิ่งที่ทำลงไปถูกต้องแล้วหรือ


โกหก. . . ยังพอทน
ไม่แคร์ . . . นั่นอาจเป็นความเข้าใจผิด
เฉยเมย . . . ก็คิดว่าอาจมีเหตุผล
แต่รู้ไหมเมื่อนำมารวมกัน . . .
มองโลกแง่ดีแค่ไหน . . . โง่อย่างไร
ก็ยังต้องเสียน้ำตา . . .


สิ่งเหล่านี้ . . . ทำร้ายใครต่อใครหลายคน
โดยเฉพาะ . . . คนที่จริงใจมาตลอด
แต่คนเหล่านี้คงไม่มีค่า . . . จึงทำกันได้ลงคอ


ความสัมพันธ์ . . . มันสร้างยาก
ระยะเวลา . . . ไม่อาจยืนยันว่า ทุกสิ่งจะมั่นคง
ระยะเวลา . . . กลับทำให้ทุกอย่างพังทลาย
เพราะระยะเวลา . . . พิสูจน์ความจริงทุกอย่างให้เปิดเผย
ทำลายทุกสิ่ง . . . ง่ายดาย . . . ชั่วพริบตา


คิดให้ดีได้ไหม . . . ก่อนตัดสินใจกระทำ
อย่างน้อยก็รู้สึกตัวว่า . . . กำลังจะทำอะไร
อย่าทำเพียงแค่ส่ายหน้าปฏิเสธว่า . . . ไม่รู้เรื่อง และไม่ได้ทำ
อย่าโทษว่า . . . คนอื่นไม่ดี


อย่าคิดว่า . . . เดินหนีปัญหาแล้วทุกสิ่งจะจบ
เศษซากสิ่งที่โดนทำลาย . . . ยังอยู่
รอยแผล . . . ต่อให้จางเท่าไหร่ ก็ยังเป็นรอยแผล
และบางแผล . . . กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือน


ทำได้แค่มองตาฉัน . . . แล้วบอกว่า
. . . ทุกสิ่งเป็นเพียงข่าวลือใช่ไหม
แต่จะให้ฉันทำอย่างไร . . . ในเมื่อฉันรู้ความจริงแล้ว
. . . จากทุกคนที่ไม่โกหก. . .
ความจริงไม่เคยตาย. . . ไม่รู้หรือ
แต่จนวันนี้. . . ยังมาโกหกกัน ทำไปเพื่ออะไร


รู้ตัวบ้างไหมว่า. . . กำลังมีความสุขบนความทุกข์ผู้อื่น
รู้ตัวบ้างไหมว่า. . . กำลังหัวเราะอยู่บนคราบน้ำตาคนรอบข้าง
เคยคิดว่า. . . ความสัมพันธ์นี้มีค่า...สุดท้ายฉันก็คิดไปเอง
เมื่อพบว่า. . . คนๆหนึ่งที่เคยไว้ใจ กลับสนใจแต่ตัวเอง



เสียใจ. . . ที่ต้องพูดและทำอย่างนี้
นานแค่ไหนแล้ว. . . กับการที่ฉันต้องทนอยู่
จบกันเสียที. . .



edit @ 2007/04/13 13:35:35